Menu

ทรัมป์เตือน! BRICS โจมตีค่าเงินดอลลาร์—โอกาสทองของ Bitcoin มาแล้วหรือยัง?

ทรัมป์เตือน! BRICS โจมตีค่าเงินดอลลาร์—โอกาสทองของ Bitcoin มาแล้วหรือยัง?
Trading Platforms

ทรัมป์เตือน! BRICS โจมตีค่าเงินดอลลาร์—โอกาสทองของ Bitcoin มาแล้วหรือยัง?

สวัสดีครับทุกท่าน! วันนี้เราจะมาพูดถึงประเด็นร้อนแรงที่อาจเปลี่ยนโฉมหน้าของเศรษฐกิจโลกและตลาดคริปโตเคอเรนซีไปตลอดกาล ณ วันที่ 15 ตุลาคม 2568 ตลาดคริปโตมีมูลค่ารวมสูงถึง 3.47 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ข้อมูลจาก CoinGecko) และ Bitcoin ยังคงครองส่วนแบ่งตลาดถึง 52.3% ท่ามกลางกระแสข่าวที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาเตือนเกี่ยวกับการที่กลุ่ม BRICS (บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้) พยายามลดบทบาทของดอลลาร์สหรัฐในระบบการเงินโลก หรือที่เรียกว่า "De-dollarization" หากคุณเป็นนักลงทุนในตลาดคริปโต คุณอาจสงสัยว่าเรื่องนี้จะส่งผลต่อพอร์ตการลงทุนของคุณอย่างไร โดยเฉพาะกับเหรียญใหญ่ ๆ อย่าง Bitcoin และ Ethereum วันนี้ผมจะพาคุณไปเจาะลึกทุกแง่มุมของประเด็นนี้กัน

หากคุณสนใจที่จะเริ่มลงทุนหรือมองหาแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือสำหรับการเทรดคริปโต สามารถ เยี่ยมชมแพลตฟอร์มโบรกเกอร์คริปโต เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลยครับ

BRICS กับการท้าทายดอลลาร์: เรื่องนี้คืออะไร?

กลุ่ม BRICS ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจของประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่มีอิทธิพลในเวทีโลก และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีรายงานว่ากลุ่มนี้พยายามผลักดันการใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการค้าระหว่างประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นสกุลเงินหลักที่ใช้ในการค้าและการเงินโลกมานานหลายทศวรรษ ตามรายงานจาก Reuters ในเดือนกันยายน 2567 มีมากกว่า 40 ประเทศที่แสดงความสนใจเข้าร่วมกลุ่ม BRICS เพื่อหนีจากระบบการเงินที่ถูกครอบงำโดยสหรัฐอเมริกา

สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ร้อนแรงยิ่งขึ้นคือคำแถลงที่อ้างว่ามาจากโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งระบุว่าเขาจะใช้มาตรการกดดัน เช่น การเก็บภาษีนำเข้าสูงกับประเทศที่เข้าร่วม BRICS เพื่อปกป้องความแข็งแกร่งของดอลลาร์ แม้ว่าคำแถลงนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันจากแหล่งที่เป็นทางการ แต่แนวคิดเรื่อง "De-dollarization" นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ และมันอาจเป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้คริปโตเคอเรนซีกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนและประเทศต่าง ๆ

ผมมองว่าประเด็นนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการเมืองระหว่างประเทศ แต่เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระบบการเงินโลก คุณคิดว่าถ้าดอลลาร์สูญเสียอำนาจไปจริง ๆ อะไรจะมาแทนที่? คริปโตอย่าง Bitcoin จะกลายเป็น "ทองคำดิจิทัล" ได้หรือไม่? มาดูกันต่อครับ

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต: Bitcoin และ Ethereum จะได้ประโยชน์อย่างไร?

เมื่อพูดถึงการลดบทบาทของดอลลาร์ คริปโตเคอเรนซีมักถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่เป็นกลางและไม่ขึ้นกับรัฐบาลใด ๆ มาดูกันที่เหรียญหลัก ๆ อย่าง Bitcoin และ Ethereum กันครับ

  • Bitcoin: ณ วันที่ 15 ตุลาคม 2568 Bitcoin มีราคาอยู่ที่ 103,839.00 ดอลลาร์สหรัฐ (ข้อมูลจาก CoinGecko) ด้วยคุณสมบัติที่เป็นสกุลเงินกระจายศูนย์ (Decentralized) และมีปริมาณจำกัดเพียง 21 ล้านเหรียญ Bitcoin ถูกมองว่าเป็น "ทองคำดิจิทัล" ที่สามารถเก็บมูลค่าได้ในช่วงที่สกุลเงิน fiat เสียความน่าเชื่อถือ หากประเทศในกลุ่ม BRICS หันมาใช้ Bitcoin ในการค้าหรือสะสมเป็นทุนสำรอง ราคาของมันอาจพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก
  • Ethereum: ในวันเดียวกัน Ethereum ซื้อขายอยู่ที่ 2,530.91 ดอลลาร์สหรัฐ (ข้อมูลจาก CoinGecko) Ethereum มีจุดเด่นที่เทคโนโลยี Smart Contract ซึ่งสามารถใช้สร้างระบบการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) หรือแอปพลิเคชันการชำระเงินข้ามพรมแดนได้ หากการค้าโลกต้องการระบบที่ไม่พึ่งพาดอลลาร์ Ethereum อาจกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ

จากมุมมองของผม ตลาดคริปโตที่มีมูลค่ารวม 3.47 ล้านล้านดอลลาร์ในขณะนี้ อาจเติบโตได้อีกมหาศาลหากกระแส De-dollarization ได้รับแรงสนับสนุนมากขึ้น แต่คำถามคือ ประเทศเหล่านี้พร้อมจะเสี่ยงกับความผันผวนของคริปโตหรือไม่? และรัฐบาลสหรัฐจะปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นง่าย ๆ หรือเปล่า?

ถ้าคุณอยากเริ่มสำรวจโอกาสในตลาดคริปโต สามารถ ลองใช้แพลตฟอร์มโบรกเกอร์คริปโต เพื่อดูตัวเลือกการลงทุนที่เหมาะกับคุณได้เลยครับ

การวิเคราะห์ทางเทคนิค: Bitcoin และ Ethereum จะไปต่อหรือไม่?

มาดูมุมมองทางเทคนิคกันบ้างครับ สำหรับ Bitcoin ราคาที่ 103,839.00 ดอลลาร์ในตอนนี้แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มขาขึ้น (Bullish Trend) โดยมีแนวรับสำคัญที่ 100,000 ดอลลาร์ และแนวต้านที่ 110,000 ดอลลาร์ หากข่าวเกี่ยวกับ BRICS และ De-dollarization สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ผมเชื่อว่า Bitcoin มีโอกาสทะลุแนวต้านนี้ได้ในระยะสั้น นอกจากนี้ ค่า Relative Strength Index (RSI) ของ Bitcoin อยู่ที่ประมาณ 65 ซึ่งบ่งบอกถึงโมเมนตัมที่แข็งแกร่งแต่ยังไม่ถึงจุด Overbought

ส่วน Ethereum ราคา 2,530.91 ดอลลาร์แสดงถึงการเคลื่อนไหวที่ค่อนข้าง Sideways ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีแนวรับที่ 2,400 ดอลลาร์ และแนวต้านที่ 2,700 ดอลลาร์ หากมีข่าวดีเกี่ยวกับการใช้งาน Ethereum ในระบบการชำระเงินข้ามพรมแดน อาจผลักดันให้ราคาทะลุแนวต้านได้

สิ่งที่ผมสังเกตจากกราฟคือ ปริมาณการซื้อขาย (Volume) ของทั้งสองเหรียญเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในช่วง 7 วันนี้ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่านักลงทุนกำลังกลับเข้ามาในตลาด คุณคิดว่านี่เป็นจังหวะที่เหมาะสมในการเข้าซื้อหรือไม่? หรือควรรอให้มีข่าวที่ชัดเจนกว่านี้?

มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ: อะไรคือสิ่งที่นักวิเคราะห์พูดถึง?

เพื่อให้มุมมองของเราครอบคลุมมากขึ้น ผมได้รวบรวมความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญในวงการมาให้คุณครับ

  • Cathie Wood จาก ARK Invest กล่าวในบทสัมภาษณ์กับ CNBC ในเดือนสิงหาคม 2567 ว่า "Bitcoin มีศักยภาพที่จะกลายเป็นสินทรัพย์สำรองของโลก หากระบบการเงินแบบดั้งเดิมเริ่มสั่นคลอน"
  • Mike Novogratz ซีอีโอของ Galaxy Digital บอกกับ Bloomberg ในเดือนกันยายน 2567 ว่า "การเคลื่อนไหวของ BRICS อาจเป็นตัวเร่งให้คริปโตถูกนำมาใช้ในระดับประเทศมากขึ้น แต่เราต้องระวังเรื่องการควบคุมจากรัฐบาลด้วย"
  • นักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs ระบุในรายงานล่าสุดว่า "De-dollarization อาจใช้เวลาหลายทศวรรษ แต่คริปโตเคอเรนซีจะมีบทบาทสำคัญในฐานะตัวกลางที่เป็นกลาง" (อ้างอิงจาก Goldman Sachs Research)

ความเห็นเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า ถึงแม้โอกาสจะมีอยู่ แต่ความเสี่ยงจากกฎระเบียบและความไม่แน่นอนในระดับนานาชาติก็ยังเป็นสิ่งที่ต้องจับตามอง

บริบททางประวัติศาสตร์: เราเคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนหรือไม่?

หากมองย้อนกลับไปในอดีต ช่วงที่ค่าเงินดอลลาร์ถูกตั้งคำถามถึงความแข็งแกร่ง เช่น วิกฤตการเงินโลกในปี 2551-2552 Bitcoin ถือกำเนิดขึ้นในปี 2552 เพื่อเป็นทางเลือกที่ไม่ขึ้นกับระบบธนาคารหรือรัฐบาล ตามข้อมูลจาก CoinDesk ราคา Bitcoin ในช่วงแรกแทบไม่มีมูลค่า แต่เมื่อนักลงทุนเริ่มมองหาทางเลือกจากระบบการเงินแบบดั้งเดิม ราคาก็พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงทศวรรษต่อมา

นอกจากนี้ ในปี 2563-2564 ที่เกิดวิกฤตโควิด-19 และรัฐบาลสหรัฐพิมพ์เงินจำนวนมหาศาลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ Bitcoin ก็พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดที่ 69,000 ดอลลาร์ในเดือนพฤศจิกายน 2564 (ข้อมูลจาก CoinMarketCap) เหตุการณ์เหล่านี้บ่งบอกว่าเมื่อใดก็ตามที่ความเชื่อมั่นในสกุลเงิน fiat ลดลง คริปโตมักได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น คุณคิดว่าในครั้งนี้จะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยหรือไม่?

สถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น: อะไรคือผลลัพธ์ที่เป็นไปได้?

ผมมองว่ามี 3 สถานการณ์หลักที่อาจเกิดขึ้นจากประเด็น BRICS และ De-dollarization นี้:

  1. การยอมรับคริปโตเพิ่มขึ้น (ความน่าจะเป็น 40%) หากกลุ่ม BRICS และประเทศอื่น ๆ หันมาใช้คริปโตในการค้าหรือเป็นทุนสำรอง อาจส่งผลให้ความต้องการ Bitcoin และ Ethereum พุ่งสูงขึ้น ราคา Bitcoin อาจทะลุ 120,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2568
  2. การควบคุมที่เข้มงวด (ความน่าจะเป็น 35%) รัฐบาลทั่วโลก รวมถึงสหรัฐ อาจออกกฎระเบียบที่เข้มงวดเพื่อควบคุมการใช้คริปโต ซึ่งอาจกดดันราคาในระยะสั้น โดยเฉพาะหากมีการเก็บภาษีหรือจำกัดการใช้งาน
  3. ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ (ความน่าจะเป็น 25%) หากสหรัฐและกลุ่ม BRICS ขัดแย้งกันรุนแรง อาจสร้างความผันผวนในตลาดการเงินทั่วโลก รวมถึงตลาดคริปโต ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาเหรียญใหญ่ ๆ แกว่งตัวแรง
BTC crypto chart

สิ่งที่คุณควรจับตามองคือ การประชุมของกลุ่ม BRICS ที่จะมีขึ้นในช่วงปลายปี 2568 และการเคลื่อนไหวของสหรัฐในเรื่องนโยบายภาษีนำเข้า การตัดสินใจเหล่านี้จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าแนวโน้มนี้จะเดินหน้าไปในทิศทางไหน

ถ้าคุณอยากเริ่มเตรียมตัวสำหรับโอกาสในตลาดนี้ สามารถ เริ่มต้นใช้งานแพลตฟอร์มโบรกเกอร์คริปโต เพื่อดูเครื่องมือและตัวเลือกการลงทุนได้เลยครับ

สิ่งนี้หมายถึงอะไรสำหรับนักลงทุน?

สำหรับนักลงทุนในตลาดคริปโต เรื่องนี้มีทั้งโอกาสและความเสี่ยงที่ต้องพิจารณา

  • โอกาส: หาก De-dollarization เกิดขึ้นจริง Bitcoin และ Ethereum อาจกลายเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้น คุณอาจพิจารณาเพิ่มการลงทุนในเหรียญที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง หรือมองหาโปรเจกต์ DeFi ที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงินข้ามพรมแดน
  • ความเสี่ยง: ความผันผวนจากความตึงเครียดทางการเมืองและการควบคุมจากรัฐบาลอาจทำให้ราคาคริปโตแกว่งตัวแรง คุณควรกระจายพอร์ตการลงทุนและตั้ง Stop Loss เพื่อจำกัดความเสี่ยง
  • สิ่งที่ควรทำ: ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ BRICS และนโยบายของสหรัฐอย่างใกล้ชิด รวมถึงดูปริมาณการซื้อขายในตลาดคริปโตเพื่อประเมินความเชื่อมั่นของนักลงทุน

ผมแนะนำให้คุณเริ่มต้นด้วยการลงทุนในเหรียญใหญ่ ๆ ก่อน และค่อย ๆ ศึกษาตัวเลือกอื่น ๆ (เช่น Stablecoin หรือโปรเจกต์ที่เกี่ยวข้องกับการค้าโลก) หากมีแนวโน้มที่ชัดเจนมากขึ้น

หากคุณต้องการแพลตฟอร์มที่ช่วยให้การลงทุนง่ายขึ้น สามารถ ตรวจสอบราคาและเครื่องมือได้ที่ เพื่อหาตัวเลือกที่เหมาะสมครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ BRICS และคริปโต

  1. BRICS คืออะไร และเกี่ยวข้องกับคริปโตอย่างไร?
    BRICS คือกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจของ 5 ประเทศ ได้แก่ บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ ซึ่งมีเป้าหมายลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐ หากกลุ่มนี้หันมาใช้คริปโตในการค้า อาจส่งผลดีต่อ Bitcoin และ Ethereum
  2. De-dollarization จะทำให้ Bitcoin ราคาขึ้นจริงหรือ?
    เป็นไปได้ครับ หากประเทศต่าง ๆ หันมาใช้ Bitcoin เป็นทุนสำรองหรือตัวกลางในการค้า ความต้องการจะเพิ่มขึ้นและอาจผลักดันราคาให้สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ความผันผวนและกฎระเบียบยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องระวัง
  3. ควรลงทุนใน Bitcoin หรือ Ethereum ตอนนี้เลยไหม?
    ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและความเสี่ยงที่คุณรับได้ Bitcoin เหมาะสำหรับคนที่มองหาสินทรัพย์เก็บมูลค่า ส่วน Ethereum มีศักยภาพในด้านเทคโนโลยี คุณควรศึกษากราฟและข่าวสารให้ดีก่อนตัดสินใจ
  4. ถ้าสหรัฐเก็บภาษีประเทศใน BRICS จะเกิดอะไรขึ้น?
    อาจสร้างความตึงเครียดทางเศรษฐกิจและการเมือง ซึ่งอาจส่งผลให้ตลาดการเงิน รวมถึงคริปโต ผันผวนมากขึ้น นักลงทุนควรเตรียมพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอน
  5. คริปโตจะแทนที่ดอลลาร์ได้จริงหรือ?
    ในระยะสั้นคงเป็นไปได้ยาก เพราะคริปโตมีความผันผวนสูงและยังไม่ได้รับการยอมรับในวงกว้าง แต่ในระยะยาว หากเทคโนโลยีและกฎระเบียบพัฒนาไปในทิศทางที่เหมาะสม คริปโตอาจมีบทบาทมากขึ้น
  6. Stablecoin จะมีบทบาทใน De-dollarization หรือไม่?
    Stablecoin อย่าง USDT หรือ USDC อาจถูกใช้เป็นตัวกลางในการค้า เพราะมีความเสถียรในมูลค่ามากกว่าคริปโตทั่วไป อย่างไรก็ตาม การควบคุมจากรัฐบาลยังเป็นอุปสรรค
  7. ประเทศใน BRICS ใช้คริปโตแล้วหรือยัง?
    ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าประเทศใน BRICS ใช้คริปโตอย่างเป็นทางการ แต่มีรายงานว่ารัสเซียและจีนกำลังทดสอบสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) ซึ่งอาจปูทางไปสู่การยอมรับคริปโตในอนาคต
  8. ความเสี่ยงหลักของการลงทุนในคริปโตตอนนี้คืออะไร?
    ความเสี่ยงหลักคือความผันผวนของราคา การควบคุมจากรัฐบาล และความไม่แน่นอนจากสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศ คุณควรลงทุนเฉพาะส่วนที่พร้อมจะสูญเสียได้
  9. ถ้าต้องเลือกแค่เหรียญเดียว ควรลงทุนใน Bitcoin หรือ Ethereum?
    Bitcoin เหมาะสำหรับการเก็บมูลค่าในระยะยาว เพราะเป็นเหรียญที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุดในตลาด ส่วน Ethereum เหมาะกับคนที่เชื่อมั่นในอนาคตของเทคโนโลยี Blockchain และ DeFi ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ของคุณ
  10. ฉันจะเริ่มลงทุนในคริปโตได้อย่างไร?
    เริ่มจากศึกษาพื้นฐานของคริปโต เลือกแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือ และลงทุนทีละน้อยเพื่อเรียนรู้ตลาด คุณสามารถ เริ่มต้นใช้งานแพลตฟอร์มโบรกเกอร์คริปโต เพื่อดูตัวเลือกและเครื่องมือที่เหมาะสมได้เลยครับ

ผลกระทบในระยะสั้นและระยะยาว

ในระยะสั้น ผมเชื่อว่าข่าวเกี่ยวกับ BRICS และ De-dollarization จะสร้างความผันผวนให้กับตลาดคริปโต โดยเฉพาะถ้ามีการเคลื่อนไหวที่ชัดเจนจากสหรัฐหรือกลุ่ม BRICS นักลงทุนอาจเห็นการเทขายในช่วงที่มีข่าวลบ และการพุ่งขึ้นของราคาเมื่อมีข่าวดี

ในระยะยาว หากแนวโน้ม De-dollarization เดินหน้าต่อไป คริปโตเคอเรนซีอาจกลายเป็นส่วนสำคัญของระบบการเงินโลก อย่างไรก็ตาม การยอมรับในวงกว้างจะขึ้นอยู่กับการพัฒนาเทคโนโลยี ความร่วมมือระหว่างประเทศ และกฎระเบียบที่เหมาะสม

สรุป: คุณควรทำอะไรต่อไป?

เรื่องของ BRICS และการท้าทายดอลลาร์สหรัฐเป็นประเด็นที่อาจเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของตลาดคริปโตไปตลอดกาล หากคุณเป็นนักลงทุน สิ่งสำคัญคือการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมสำหรับทั้งโอกาสและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ผมมองว่า Bitcoin และ Ethereum ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในสถานการณ์นี้ แต่การกระจายความเสี่ยงและการบริหารพอร์ตอย่างรอบคอบคือกุญแจสำคัญ

หากคุณพร้อมที่จะเริ่มต้นหรือมองหาเครื่องมือช่วยในการลงทุน สามารถ เยี่ยมชมแพลตฟอร์มโบรกเกอร์คริปโต เพื่อสำรวจตัวเลือกที่เหมาะสมกับคุณได้เลยครับ

แหล่งข้อมูล

  1. Reuters: BRICS Expansion and Dollar Dominance, September 2024
  2. CNBC: Cathie Wood on Bitcoin as Reserve Asset, August 2024
  3. Bloomberg: Mike Novogratz on Crypto Adoption, September 2024
  4. Goldman Sachs Research: De-dollarization Report
  5. CoinDesk: Bitcoin History

Disclaimer. This content is for informational and educational purposes only. It does not constitute financial advice, a recommendation, or an offer to buy or sell any security or digital asset. Past performance does not guarantee future results. Cryptocurrency investments are subject to high market risk and volatility.