Bitcoin ร่วง 17% สู่ $60,000: ตัวเลขแรงงานสหรัฐฯ ร้อนแรงคือตัวขับเคลื่อนหลัก
การเคลื่อนไหวของราคา Bitcoin
Bitcoin (BTC) เผชิญกับการปรับฐานครั้งใหญ่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยราคาลดลงต่ำกว่า 60,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นระดับที่ไม่เคยเห็นมานานกว่าสองปี ณ วันที่ 7 มิถุนายน 2026 Bitcoin ซื้อขายอยู่ที่ 61,822 ดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากที่ลดลงไปถึง 17% ในช่วงเจ็ดวันที่ผ่านมา การลดลง 17% นี้หมายถึงการสูญเสียประมาณ 170 ดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับตำแหน่งการลงทุน 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นผลกระทบที่สำคัญต่อพอร์ตการลงทุนของคุณ
การลดลงอย่างรวดเร็วนี้มีสาเหตุหลักมาจากการรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งเกินคาดเมื่อวันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน 2026 ซึ่งสร้างแรงกดดันอย่างมากต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตเคอร์เรนซี ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่ามีการเพิ่มงาน 172,000 ตำแหน่ง ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 80,000 ตำแหน่งอย่างมีนัยสำคัญ ข้อมูลนี้ทำให้ตลาดตีความว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจมีแนวโน้มที่จะคงอัตราดอกเบี้ยสูงไว้เป็นเวลานานขึ้น หรือแม้กระทั่งพิจารณาการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง ซึ่งส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรและค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว
ปัจจัยขับเคลื่อนที่แท้จริง
ปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่อยู่เบื้องหลังการลดลงของ Bitcoin ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาคือรายงานตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ ที่ร้อนแรงเกินคาดเมื่อวันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน 2026 ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับตลาดอย่างมาก ตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งนี้ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปีพุ่งขึ้นสู่ระดับ 4.16% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 16 เดือน การเพิ่มขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรทำให้สินทรัพย์ที่ไม่มีความเสี่ยง เช่น พันธบัตร ดูน่าสนใจยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงอย่าง Bitcoin
พร้อมกันนั้น ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ก็แข็งค่าขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะมีความสัมพันธ์แบบผกผันกับราคา Bitcoin และสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ เมื่อเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น สินทรัพย์ที่ซื้อขายด้วยเงินดอลลาร์มักจะมีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น ๆ ซึ่งอาจลดความต้องการและกดดันราคาลง นักวิเคราะห์ Aralez ได้นำเสนอแนวโน้มขาลงสำหรับ Bitcoin ตั้งแต่วันที่ 3 มิถุนายน 2026 โดยคาดการณ์ว่าราคาอาจปิดเดือนมิถุนายนด้วยการปรับฐานครั้งใหญ่ไปสู่ระดับ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และอาจลดลงไปถึง 53,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในเดือนกรกฎาคม
Charles Hoskinson ผู้ก่อตั้งเครือข่าย Cardano ยังได้เตือนเมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2026 ถึง “คลื่นแห่งความล้มเหลว” ที่กำลังจะเกิดขึ้นในตลาดคริปโตโดยรวม โดยระบุว่า “ปีนี้จะเป็นปีที่ยากลำบากมาก” ความเห็นเหล่านี้ตอกย้ำถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นในหมู่นักลงทุนเกี่ยวกับเสถียรภาพของตลาดคริปโตในระยะสั้น การปรับตัวของตลาดในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนไหวของ Bitcoin ต่อข้อมูลเศรษฐกิจมหภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ คุณสามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาเหตุที่ BTC ร่วงหนักใกล้ $60,000 หลังข้อมูลแรงงานสหรัฐแข็งแกร่งกว่าคาด ได้ที่ InteractiveCrypto
ช่วงราคาและแนวรับแนวต้าน
Bitcoin ได้ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบสองปี ซึ่งเป็นสัญญาณที่น่ากังวลสำหรับนักลงทุนหลายคน ณ วันที่ 7 มิถุนายน 2026 ราคา Bitcoin ซื้อขายอยู่ที่ 61,822 ดอลลาร์สหรัฐฯ และดัชนี Relative Strength Index (RSI) อยู่ที่ 24 ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะขายมากเกินไปในกรอบเวลาที่สั้นลง โดยปกติแล้ว ค่า RSI ที่ต่ำกว่า 30 มักจะบ่งชี้ว่าสินทรัพย์นั้นถูกขายมากเกินไปและอาจมีโอกาสที่จะเกิดการดีดตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม ภาวะขายมากเกินไปไม่ได้หมายความว่าจะมีการฟื้นตัวในทันทีเสมอไป แต่เป็นสัญญาณที่นักเทรดมักจะจับตาดูเพื่อหาจุดกลับตัวที่เป็นไปได้
Peter Schiff ผู้สนับสนุนทองคำชื่อดังยังคงแสดงความสงสัยเกี่ยวกับอนาคตของ Bitcoin โดยแนะนำว่าการฟื้นตัวล่าสุดอาจเป็นเพียงชั่วคราวและ Bitcoin ยังไม่ถึงจุดต่ำสุดที่แท้จริง ความเห็นของเขาตอกย้ำถึงความแตกต่างทางความคิดเห็นระหว่างผู้ที่เชื่อมั่นในทองคำและผู้ที่เชื่อมั่นในคริปโตเคอร์เรนซี ในขณะเดียวกัน ตลาดคริปโตโดยรวมก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยราคา Ethereum (ETH) ลดลงแตะระดับ 1,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ ท่ามกลางการล่มสลายของตลาด ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแรงกดดันไม่ได้จำกัดอยู่แค่ Bitcoin เท่านั้น แต่ส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์ดิจิทัลหลักอื่น ๆ ด้วย
การเปรียบเทียบกับสินทรัพย์อื่น
ในช่วงเวลาที่ Bitcoin เผชิญกับการปรับฐานอย่างหนัก ตลาดหุ้นดั้งเดิมกลับแสดงประสิทธิภาพที่แตกต่างออกไป ดัชนี Nasdaq 100 และ S&P 500 มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นในเดือนพฤษภาคม ซึ่งบ่งชี้ถึงการหมุนเวียนเงินทุนออกจากสินทรัพย์คริปโตที่มีความเสี่ยงสูงไปสู่หุ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคส่วนปัญญาประดิษฐ์ (AI) การเคลื่อนไหวนี้ชี้ให้เห็นว่านักลงทุนกำลังมองหาที่หลบภัยหรือโอกาสในการเติบโตในตลาดที่มีความผันผวนน้อยกว่าหรือมีแนวโน้มที่ชัดเจนกว่าในระยะสั้น
ในขณะที่ Bitcoin ลดลงอย่างรุนแรง ทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มักถูกมองว่าเป็นที่หลบภัยในช่วงเวลาที่ไม่แน่นอน ก็มีการเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างทรงตัว ณ วันที่ 8 มิถุนายน 2026 ราคาทองคำอยู่ที่ 4,328.78 ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยที่ -0.03% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นของทองคำเมื่อเทียบกับความผันผวนของตลาดคริปโต การเปรียบเทียบนี้เน้นย้ำถึงบทบาทที่แตกต่างกันของสินทรัพย์แต่ละประเภทในพอร์ตการลงทุน โดย Bitcoin ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงและมีความผันผวนสูง ในขณะที่ทองคำยังคงรักษาบทบาทเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยกว่า
ตารางด้านล่างนี้แสดงภาพรวมการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์หลักบางรายการ ณ วันที่ 8 มิถุนายน 2026:
| สินทรัพย์ | ราคา | เปลี่ยนแปลง 24 ชม. (%) | เปลี่ยนแปลง 7 วัน (%) | ระดับสำคัญ |
|---|---|---|---|---|
| Bitcoin (BTC) | $61,822 (ณ 7 มิ.ย. 2026) | -- | -17% (ณ 7 มิ.ย. 2026) | $60,000 |
| ทองคำ (GOLD) | $4328.78 (ณ 8 มิ.ย. 2026) | -0.03% (ณ 8 มิ.ย. 2026) | -- | -- |
| Ethereum (ETH) | $1,500 (ท่ามกลางตลาดตก) | -- | -- | $1,500 |
อนาคตของ Bitcoin: สัญญาณการฟื้นตัวหรือความท้าทายที่รออยู่
แม้จะมีการปรับฐานอย่างรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา แต่ก็มีสัญญาณที่บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ในการฟื้นตัวของ Bitcoin ณ วันที่ 8 มิถุนายน 2026 Bitcoin ได้พุ่งสูงขึ้นเหนือระดับต่ำสุดของปี 2026 ซึ่งนักวิเคราะห์บางคนมองว่าเป็นปรากฏการณ์ “bottom fishing” หรือการที่นักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ในจุดที่มองว่าเป็นราคาต่ำสุด โดยคาดหวังว่าจะมีการดีดตัวกลับ นักลงทุนเหล่านี้เชื่อมั่นในประวัติศาสตร์ของ Bitcoin ที่มักจะฟื้นตัวกลับมาได้หลังจากการปรับฐานครั้งใหญ่หลายครั้ง
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเชิงบวกที่อาจเป็นตัวเร่งให้เกิดการฟื้นตัวครั้งสำคัญ นั่นคือโมเมนตัมใหม่เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ Digital Asset Market Clarity Act ในรัฐสภา หากกฎหมายนี้ผ่าน อาจสร้างความชัดเจนด้านกฎระเบียบให้กับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งจะช่วยลดความไม่แน่นอนและดึงดูดนักลงทุนสถาบันให้เข้ามาในตลาดมากขึ้น การวิเคราะห์ทางเทคนิคยังชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดการทะลุแนวต้านขาขึ้นในเดือนมิถุนายน โดยมีเป้าหมายการฟื้นตัวที่เป็นไปได้ถึง 82,800 ดอลลาร์สหรัฐฯ หากแนวรับแนวโน้มขาขึ้นที่สำคัญยังคงอยู่
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายยังคงมีอยู่ นักวิเคราะห์ Aralez ยังคงคาดการณ์ว่า Bitcoin อาจลดลงไปถึง 53,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในเดือนกรกฎาคม หากแนวรับที่ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ไม่สามารถต้านทานแรงขายได้ การเคลื่อนไหวของราคาในอนาคตจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคที่กำลังจะมาถึง เช่น รายงานเงินเฟ้อและท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ รวมถึงพัฒนาการด้านกฎระเบียบและอารมณ์ของตลาดโดยรวม หากคุณสนใจที่จะติดตามการเคลื่อนไหวของตลาดคริปโต คุณสามารถพิจารณาแพลตฟอร์มอย่าง eToro เพื่อเข้าถึงข้อมูลและเครื่องมือการซื้อขายได้
การยืนยันหรือการหักล้างแนวโน้มขาขึ้นนี้จะขึ้นอยู่กับว่า Bitcoin สามารถรักษาระดับเหนือ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ได้หรือไม่ และสามารถทะลุแนวต้านสำคัญที่ 65,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ได้สำเร็จภายในสิ้นเดือนมิถุนายน 2026 หรือไม่ หากราคาไม่สามารถรักษาระดับดังกล่าวได้ การคาดการณ์ของ Aralez ที่ 53,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในเดือนกรกฎาคมอาจกลายเป็นจริงได้
FAQ
Bitcoin ลดลงไปเท่าไหร่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา?
Bitcoin ลดลงไปกว่า 17% ในช่วงเจ็ดวันที่ผ่านมา ณ วันที่ 7 มิถุนายน 2026 ทำให้ราคาซื้อขายอยู่ที่ 61,822 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นการปรับฐานครั้งใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อมูลค่าของสินทรัพย์ดิจิทัลนี้อย่างมีนัยสำคัญ
อะไรคือสาเหตุหลักที่ทำให้ Bitcoin ร่วงลง?
สาเหตุหลักคือการรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งเกินคาดเมื่อวันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน 2026 ซึ่งมีการเพิ่มงาน 172,000 ตำแหน่ง ตัวเลขนี้ทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปีพุ่งขึ้นสู่ 4.16% และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น ซึ่งมักจะกดดันสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin
Bitcoin อยู่ในภาวะขายมากเกินไปหรือไม่?
ใช่ ณ วันที่ 7 มิถุนายน 2026 ดัชนี Relative Strength Index (RSI) ของ Bitcoin อยู่ที่ 24 ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะขายมากเกินไปในกรอบเวลาที่สั้นลง โดยทั่วไปแล้ว ค่า RSI ที่ต่ำกว่า 30 มักจะถูกตีความว่าเป็นสัญญาณว่าสินทรัพย์นั้นอาจมีโอกาสที่จะดีดตัวกลับ
มีสัญญาณการฟื้นตัวของ Bitcoin หรือไม่?
มีสัญญาณเชิงบวกบางประการ เช่น การที่ Bitcoin พุ่งสูงขึ้นเหนือระดับต่ำสุดของปี 2026 ในวันนี้ (8 มิถุนายน 2026) ซึ่งนักวิเคราะห์บางคนมองว่าเป็นการ “bottom fishing” นอกจากนี้ ร่างพระราชบัญญัติ Digital Asset Market Clarity Act ในรัฐสภาสหรัฐฯ ก็อาจเป็นตัวเร่งให้เกิดการฟื้นตัวครั้งสำคัญได้หากได้รับการอนุมัติ
นักวิเคราะห์คาดการณ์ราคา Bitcoin ในอนาคตอย่างไร?
นักวิเคราะห์ Aralez คาดการณ์ว่า Bitcoin อาจลดลงไปถึง 53,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในเดือนกรกฎาคม หากไม่สามารถรักษาระดับเหนือ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ได้ อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์ทางเทคนิคบางส่วนก็ชี้ว่าอาจมีการฟื้นตัวไปถึง 82,800 ดอลลาร์สหรัฐฯ หากแนวรับสำคัญยังคงอยู่
Sources
TradingView | Publisher reporting, June 2026PYMNTS | Publisher reporting, June 2026
Bitcoin.com | Publisher reporting, June 2026
24/7 Wall St. | Publisher reporting, June 2026
Coca.xyz | Publisher reporting, June 2026
Crypto.news | Publisher reporting, June 2026
BanklessTimes | Publisher reporting, June 2026
The Motley Fool | Publisher reporting, June 2026
Related reading
For more context, read ตัวเลขจ้างงาน 172,000 ตำแหน่ง ส่ง Fed กลับสู่โหมดขึ้นดอกเบี้ย.
Was this helpful?
Thanks for your feedback.
Disclaimer. This content is for informational and educational purposes only. It does not constitute financial advice, a recommendation, or an offer to buy or sell any security or digital asset. Past performance does not guarantee future results. Cryptocurrency investments are subject to high market risk and volatility.


