Markets open SUN · JUN 07, 2026 · 00:00 ET NY · LON · TKY
Help
TH · USD
Menu
News

Bitcoin ร่วงสู่ $62,733: กระแสเงินออก ETF $4.4 พันล้านกดดันตลาด ท่ามกลาง RSI ต่ำสุดรอบหลายเดือน

BTC technical analysis chart (crypto)

Bitcoin เผชิญแรงกดดันจากเงินไหลออก ETF และรายงานการจ้างงานสหรัฐฯ

ในวันที่ 7 มิถุนายน 2026 ราคา Bitcoin (BTC) ซื้อขายอยู่ที่ $62,733.53 ซึ่งสะท้อนถึงช่วงเวลาที่ท้าทายสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำนี้ การเคลื่อนไหวของราคาในปัจจุบันเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสเงินไหลออกจากกองทุน ETF สปอต Bitcoin ในสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2026 ที่มีการไหลออกสูงถึง 325.7 ล้านดอลลาร์ การไหลออกนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้ม 13 วันที่เงินทุนรวม 4.4 พันล้านดอลลาร์ได้ออกจากกองทุนเหล่านี้ ซึ่งส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงลบที่ชัดเจนในความต้องการของนักลงทุนสถาบัน

สถานการณ์นี้ยังได้รับผลกระทบจากรายงานการจ้างงานของสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งเกินคาด ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2026 รายงานดังกล่าวได้ผลักดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรให้สูงขึ้น และกระตุ้นให้เกิดการโยกย้ายเงินทุนออกจากสินทรัพย์เสี่ยงเข้าสู่ตลาดหุ้น นักวิเคราะห์หลายคนมองว่านี่ไม่ใช่แค่การหลีกเลี่ยงความเสี่ยงโดยรวม แต่เป็นการจัดสรรเงินทุนใหม่ไปยังสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนที่ชัดเจนกว่าในสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจปัจจุบัน การที่ราคา Bitcoin ยังคงอยู่ในช่วงขาลง โดยมีค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบง่าย 20 วัน (SMA20) อยู่ที่ $72,455.62 ซึ่งสูงกว่าราคาปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ ยิ่งตอกย้ำถึงแรงกดดันขาลงที่กำลังเผชิญอยู่

ข้อมูลทางเทคนิคชี้ Bitcoin อยู่ในภาวะขายมากเกินไป

ข้อมูลล่าสุดจาก InteractiveCrypto แสดงให้เห็นว่า Bitcoin กำลังเผชิญกับสภาวะที่น่าสนใจในทางเทคนิค ดัชนีความแข็งแกร่งสัมพัทธ์ (RSI) 14 วันของ BTC อยู่ที่ 23.41 ซึ่งถือเป็นระดับที่บ่งชี้ถึงภาวะขายมากเกินไปอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2026 ค่า RSI รายวันของ Bitcoin ได้ลดลงไปถึง 16 ซึ่งเป็นหนึ่งในค่าที่ต่ำที่สุดในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา ระดับ RSI ที่ต่ำเช่นนี้ในอดีตมักจะเป็นสัญญาณที่นำไปสู่การฟื้นตัวที่มีความหมาย แม้ว่าในระยะสั้นอาจยังคงมีการเคลื่อนไหวแบบไร้ทิศทางอยู่ก็ตาม

ราคาปัจจุบันที่ $62,733.53 อยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สำคัญทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น SMA20 ที่ $72,455.62, SMA50 ที่ $76,092.37 และ SMA200 ที่ $78,626.39 ซึ่งทั้งหมดนี้ทำหน้าที่เป็นแนวต้านสำคัญที่ต้องจับตา หากคุณมีตำแหน่ง Bitcoin มูลค่า 1,000 ดอลลาร์ การเคลื่อนไหวไปที่แนวรับสำคัญถัดไปที่ $60,921.79 จะหมายถึงการลดลงประมาณ 2.89% หรือประมาณ 28.9 ดอลลาร์ การที่ราคาซื้อขายต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง ยืนยันว่า Bitcoin ยังคงอยู่ในแนวโน้มขาลงที่ชัดเจน

ปริมาณการซื้อขายในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาสูงกว่าค่าเฉลี่ย 30 วันถึง 1.68 เท่า ซึ่งหมายความว่าปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 68% บ่งชี้ถึงกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงที่ราคาเคลื่อนไหวนี้ ปริมาณที่สูงขึ้นในขณะที่ราคาลดลงมักจะยืนยันถึงความแข็งแกร่งของแนวโน้มขาลง อย่างไรก็ตาม การที่ราคา BTC มีการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกเล็กน้อยที่ 2.14812% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา อาจบ่งชี้ถึงความพยายามในการฟื้นตัวเล็กน้อยภายในแนวโน้มขาลงที่ใหญ่กว่า ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของแรงซื้อที่เข้ามาในระดับราคาที่ต่ำมาก

บริบทของตลาด: เงินทุนไหลออกจากคริปโตสู่หุ้น

การลดลงของ Bitcoin ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงที่กว้างขึ้นในภูมิทัศน์ของตลาดโลก ในขณะที่ตลาดคริปโตโดยรวม รวมถึง Bitcoin และ Ethereum (ETH) กำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นกลับซื้อขายที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนมิถุนายน 2026 สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่านักลงทุนกำลังหันไปให้ความสนใจกับธีมหุ้นที่มั่นคง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหุ้นกลุ่ม AI และเทคโนโลยี แทนที่จะเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล

Ethereum ซึ่งเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลขนาดใหญ่อันดับสอง ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยลดลง 5.93% มาอยู่ที่ $1,559 เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2026 การลดลงนี้ส่วนใหญ่เกิดจากการชำระบัญชี (liquidation) ของตำแหน่ง Long ซึ่งเป็นสัญญาณว่าเทรดเดอร์ที่เดิมพันว่าราคาจะสูงขึ้นกำลังถูกบังคับให้ปิดสถานะ Fiona Cincotta นักวิเคราะห์ตลาดอาวุโสจาก StoneX ได้ตั้งข้อสังเกตเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2026 ว่า 'ตลาดคริปโตกำลังเผชิญกับภาวะสภาพคล่องตึงตัว แม้ว่าความสนใจของนักลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวมยังคงอยู่' คำกล่าวนี้ตอกย้ำแนวคิดที่ว่าไม่ใช่ว่านักลงทุนกำลังหลีกเลี่ยงความเสี่ยงโดยสิ้นเชิง แต่เป็นการโยกย้ายเงินทุนไปยังสินทรัพย์ประเภทอื่นที่ให้ผลตอบแทนที่น่าดึงดูดใจกว่า

Matt Hougan ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Bitwise ได้กล่าวเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2026 ว่า 'ตลาดสามารถดูดซับข่าวร้ายได้ แต่ไม่สามารถย่อยความไม่แน่นอนที่ยืดเยื้อได้' ซึ่งเป็นสิ่งที่กำลังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในภาคคริปโตโดยรวม เขาเสริมว่า 'สินทรัพย์คริปโตที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดจะประสบปัญหาในการเริ่มการฟื้นตัวที่ยั่งยืนจนกว่าภาพรวมจะชัดเจนขึ้น' คำกล่าวนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของความชัดเจนในนโยบายเศรษฐกิจและกระแสเงินทุนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาด

จุดที่น่าจับตา: แนวรับสำคัญและสัญญาณการกลับตัว

แม้ว่าภาพรวมของ Bitcoin ในปัจจุบันจะดูเป็นขาลง แต่ก็มีจุดที่น่าจับตาซึ่งอาจบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ระดับแนวรับสำคัญถัดไปสำหรับ Bitcoin อยู่ที่ $60,921.79 ซึ่งเป็นระดับที่ราคาอาจพบแรงซื้อเข้ามา หากราคาทะลุแนวรับนี้ลงไป อาจนำไปสู่การลดลงที่ลึกขึ้นได้อีก ในทางกลับกัน ระดับแนวต้านแรกที่สำคัญคือ SMA20 ที่ $72,455.62 ซึ่งหากราคาสามารถทะลุผ่านและรักษาระดับเหนือกว่านี้ได้อย่างยั่งยืน ก็จะเป็นสัญญาณแรกของการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งขึ้น

ระดับ ราคา (USD) ห่างจากราคาปัจจุบัน ผลกระทบต่อตำแหน่ง $1,000
แนวรับสำคัญ 60921.79 -2.89% -$28.9
ราคาปัจจุบัน (แนวต้านระยะสั้น) 62733.53 0.0% $0.0
SMA 20 วัน (แนวต้านแรก) 72455.62 +15.49% +$154.9

การที่ค่า RSI อยู่ในระดับที่ต่ำมาก (23.41 ในปัจจุบัน และเคยต่ำถึง 16 เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2026) และดัชนี Fear and Greed Index อยู่ที่ 11 ซึ่งบ่งชี้ถึง 'ความกลัวอย่างรุนแรง' เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2026 มักจะเป็นสัญญาณที่นักวิเคราะห์บางคนมองว่าเป็นจุดที่อาจเกิดการฟื้นตัวได้ในอดีต Matthew Sigel จาก VanEck ยังเชื่อว่าไตรมาสที่ 4 ของปีนี้อาจเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักลงทุน โดยอ้างอิงจากแนวโน้มในอดีตและความสนใจของสถาบันที่เพิ่มขึ้น แม้จะมีแรงกดดันทางเศรษฐกิจมหภาคในปัจจุบันก็ตาม ข้อมูลเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ของการฟื้นตัวในระยะกลางถึงยาว หากปัจจัยพื้นฐานและกระแสเงินทุนกลับมาเป็นบวก

การวิเคราะห์สถานการณ์ที่เป็นไปได้สำหรับ Bitcoin

เมื่อพิจารณาจากข้อมูลและบริบทของตลาดในวันที่ 7 มิถุนายน 2026 เราสามารถมองเห็นสถานการณ์ที่เป็นไปได้หลายประการสำหรับ Bitcoin ในระยะถัดไป สถานการณ์แรกคือการที่ Bitcoin ยังคงอยู่ในแนวโน้มขาลงต่อไป หากแรงกดดันจากกระแสเงินไหลออกจาก ETF ยังคงดำเนินอยู่ และรายงานเศรษฐกิจมหภาคของสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่งจนผลักดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในกรณีนี้ ราคา BTC อาจทดสอบแนวรับสำคัญที่ $60,921.79 อีกครั้ง และหากไม่สามารถรักษาระดับไว้ได้ ก็อาจลดลงไปสู่ระดับที่ต่ำกว่านั้นได้อีก การทะลุแนวรับนี้จะยืนยันถึงความแข็งแกร่งของแนวโน้มขาลงและอาจกระตุ้นให้เกิดการเทขายเพิ่มเติม

สถานการณ์ที่สองคือการฟื้นตัวในระยะสั้นหรือที่เรียกว่า 'relief bounce' แม้จะอยู่ในแนวโน้มขาลงที่ใหญ่กว่า การที่ RSI อยู่ในระดับที่ขายมากเกินไปอย่างรุนแรงและดัชนี Fear and Greed Index บ่งชี้ถึงความกลัวอย่างรุนแรง มักจะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการฟื้นตัวทางเทคนิค หากมีข่าวดีบางอย่างเข้ามา หรือกระแสเงินไหลออกจาก ETF ชะลอตัวลงชั่วคราว ราคา Bitcoin อาจพยายามฟื้นตัวขึ้นไปทดสอบระดับ SMA20 ที่ $72,455.62 การเคลื่อนไหวนี้จะเป็นเพียงการฟื้นตัวชั่วคราวภายในแนวโน้มขาลง เว้นแต่จะสามารถทะลุผ่านแนวต้านสำคัญนี้ได้อย่างเด็ดขาดและยั่งยืน นักลงทุนที่มองหาโอกาสในการซื้อขายระยะสั้นอาจพิจารณาช่วงเวลาดังกล่าว แต่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากแนวโน้มหลักยังคงเป็นขาลง

สถานการณ์ที่สามคือการกลับตัวของแนวโน้มในระยะกลางถึงยาว ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้หากปัจจัยพื้นฐานมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ตัวอย่างเช่น หากกระแสเงินไหลออกจาก ETF กลับมาเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง หรือหากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางการเงินที่เอื้อต่อสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น ในกรณีนี้ Bitcoin อาจเริ่มสร้างฐานและพยายามทะลุผ่านแนวต้านสำคัญต่างๆ รวมถึง SMA50 ที่ $76,092.37 และ SMA200 ที่ $78,626.39 การทะลุผ่านระดับเหล่านี้อย่างยั่งยืนจะถือเป็นสัญญาณที่แข็งแกร่งของการกลับตัวของแนวโน้ม อย่างไรก็ตาม สถานการณ์นี้ต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในปัจจัยมหภาคและกระแสเงินทุน ซึ่งยังไม่ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนในปัจจุบัน

การเชื่อมโยงข้อมูลกับความเข้าใจของนักลงทุน

สำหรับคุณในฐานะนักลงทุน การทำความเข้าใจว่าข้อมูลเหล่านี้เชื่อมโยงกันอย่างไรเป็นสิ่งสำคัญ การที่ Bitcoin มีค่า RSI ต่ำมากที่ 23.41 และดัชนี Fear and Greed Index ที่ 11 บ่งชี้ถึงความกลัวอย่างรุนแรงนั้น ไม่ได้หมายความว่าราคาจะฟื้นตัวทันที แต่เป็นสัญญาณว่าตลาดอาจเข้าสู่จุดที่การเทขายเริ่มลดลงและมีโอกาสที่จะเกิดการฟื้นตัวทางเทคนิคได้ในอนาคตอันใกล้ อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวนี้จะต้องเผชิญกับแนวต้านสำคัญหลายระดับ โดยเฉพาะ SMA20 ที่ $72,455.62 ซึ่งเป็นอุปสรรคแรกที่ต้องเอาชนะให้ได้

การไหลออกของเงินทุนจาก ETF สปอต Bitcoin ที่รวม 4.4 พันล้านดอลลาร์ในช่วง 13 วันที่ผ่านมา เป็นตัวบ่งชี้ที่ชัดเจนว่านักลงทุนสถาบันกำลังลดการถือครอง Bitcoin ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันราคา การทำความเข้าใจว่าเงินทุนเหล่านี้กำลังไหลไปที่ใด เช่น ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และ Nikkei 225 ที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ ช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของการจัดสรรเงินทุนในตลาดโลก Fiona Cincotta จาก StoneX ชี้ให้เห็นว่า 'ตลาดคริปโตกำลังเผชิญกับภาวะสภาพคล่องตึงตัว' ซึ่งหมายความว่าแม้ความสนใจในสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวมยังคงอยู่ แต่เงินทุนไม่ได้ไหลเข้าสู่คริปโตเหมือนเดิมอีกต่อไป

การที่ราคา Bitcoin ซื้อขายต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สำคัญทั้งหมด (SMA20, SMA50, SMA200) บ่งชี้ว่าแนวโน้มขาลงยังคงแข็งแกร่ง การฟื้นตัวใดๆ ที่เกิดขึ้นในขณะนี้จึงควรถูกมองว่าเป็นการฟื้นตัวภายในแนวโน้มขาลง จนกว่าจะมีสัญญาณที่ชัดเจนของการกลับตัวของแนวโน้ม การจับตาดูระดับแนวรับที่ $60,921.79 และแนวต้านที่ SMA20 ที่ $72,455.62 จะช่วยให้คุณสามารถประเมินสถานการณ์และตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลมากขึ้น

สำหรับผู้ที่สนใจสำรวจโอกาสในการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล คุณอาจพิจารณาแพลตฟอร์มอย่าง eToro ซึ่งนำเสนอเครื่องมือและตัวเลือกการลงทุนที่หลากหลายในตลาดคริปโต

FAQ

อะไรคือสาเหตุหลักที่ทำให้ราคา Bitcoin ลดลงในปัจจุบัน?

สาเหตุหลักที่ทำให้ราคา Bitcoin ลดลงคือกระแสเงินไหลออกจากกองทุน ETF สปอต Bitcoin ในสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมแล้วกว่า 4.4 พันล้านดอลลาร์ในช่วง 13 วันที่ผ่านมา และรายงานการจ้างงานของสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งเกินคาดเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2026 ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการโยกย้ายเงินทุนออกจากสินทรัพย์เสี่ยง

ค่า RSI ที่ 23.41 บ่งบอกอะไรเกี่ยวกับ Bitcoin?

ค่า RSI ที่ 23.41 บ่งบอกว่า Bitcoin อยู่ในภาวะขายมากเกินไปอย่างรุนแรง ซึ่งในอดีตมักจะเป็นสัญญาณที่นำไปสู่การฟื้นตัวทางเทคนิคในระยะสั้น แม้ว่าแนวโน้มหลักอาจยังคงเป็นขาลงอยู่ก็ตาม

แนวรับและแนวต้านสำคัญสำหรับ Bitcoin ในตอนนี้อยู่ที่เท่าไหร่?

แนวรับสำคัญสำหรับ Bitcoin อยู่ที่ $60,921.79 ซึ่งหากราคาทะลุลงไปอาจนำไปสู่การลดลงที่ลึกขึ้นอีก ส่วนแนวต้านแรกที่สำคัญคือ SMA20 ที่ $72,455.62 ซึ่งการทะลุผ่านระดับนี้อย่างยั่งยืนจะเป็นสัญญาณแรกของการฟื้นตัว

นักวิเคราะห์มองแนวโน้มของ Bitcoin ในอนาคตอย่างไร?

นักวิเคราะห์อย่าง Matt Hougan จาก Bitwise เชื่อว่า Bitcoin จะยังคงประสบปัญหาในการฟื้นตัวอย่างยั่งยืนจนกว่าความไม่แน่นอนในตลาดจะลดลง ในขณะที่ Matthew Sigel จาก VanEck มองว่าไตรมาสที่ 4 ของปีนี้อาจเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักลงทุน โดยอ้างอิงจากแนวโน้มในอดีตและความสนใจของสถาบันที่เพิ่มขึ้น

บทสรุปและสิ่งที่คุณควรจับตาต่อไป

Bitcoin กำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่สำคัญ โดยราคาซื้อขายอยู่ที่ $62,733.53 ในวันที่ 7 มิถุนายน 2026 ท่ามกลางแรงกดดันจากกระแสเงินไหลออกจาก ETF สปอต Bitcoin และการโยกย้ายเงินทุนออกจากสินทรัพย์เสี่ยง อย่างไรก็ตาม สัญญาณทางเทคนิคเช่น RSI ที่ต่ำมากและดัชนี Fear and Greed Index ที่บ่งชี้ถึงความกลัวอย่างรุนแรง อาจเป็นปัจจัยที่นำไปสู่การฟื้นตัวในระยะสั้นได้ การเคลื่อนไหวของราคาในอนาคตจะขึ้นอยู่กับว่า Bitcoin สามารถรักษาระดับเหนือแนวรับสำคัญที่ $60,921.79 ได้หรือไม่ และสามารถทะลุผ่านแนวต้าน SMA20 ที่ $72,455.62 ได้อย่างยั่งยืนหรือไม่

สถานะ ระดับสำคัญที่ต้องจับตา จุดที่แนวคิดไม่ถูกต้อง ตัวกระตุ้นถัดไป ความเชื่อมั่น
แนวโน้มขาลงระยะกลาง 60921.79 (แนวรับ) การทะลุเหนือ SMA 20 วัน (72455.62) อย่างยั่งยืน รายงานเศรษฐกิจสหรัฐฯ ถัดไป, กระแสเงินทุน ETF ปานกลางถึงต่ำ

สิ่งที่คุณควรจับตาอย่างใกล้ชิดคือการเปลี่ยนแปลงในกระแสเงินทุนของ ETF สปอต Bitcoin และรายงานเศรษฐกิจมหภาคของสหรัฐฯ ที่จะเผยแพร่ในอนาคต หากกระแสเงินทุน ETF กลับมาเป็นบวกอย่างต่อเนื่องและ Bitcoin สามารถรักษาระดับเหนือ $60,921.79 ได้ ก็อาจเป็นสัญญาณของการกลับตัวในระยะกลาง การฟื้นตัวที่ยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ Bitcoin สามารถทะลุผ่าน SMA20 ที่ $72,455.62 ได้อย่างเด็ดขาด

For more context, read PENGU Market Brief.

For more context, read BTC Market Brief.

Disclaimer. This content is for informational and educational purposes only. It does not constitute financial advice, a recommendation, or an offer to buy or sell any security or digital asset. Past performance does not guarantee future results. Cryptocurrency investments are subject to high market risk and volatility.