Markets open SAT · JUN 06, 2026 · 00:00 ET NY · LON · TKY
Help
TH · USD
Menu
News

Bitcoin ดิ่ง 1.5% สู่ $60,969 ท่ามกลางข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งเกินคาด

BTC technical analysis chart (crypto)

การร่วงลงของ Bitcoin สู่ระดับ $60,969 ท่ามกลางแรงกดดันจากเศรษฐกิจมหภาค

Bitcoin (BTC) เผชิญกับการลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยราคาซื้อขายอยู่ที่ $60,969.14 ณ เวลา 14:00 UTC ของวันที่ 6 มิถุนายน 2026 ซึ่งเป็นการลดลง 1.54% การเคลื่อนไหวนี้หมายถึงการสูญเสียประมาณ $15.40 สำหรับทุกๆ $1,000 ที่คุณลงทุนใน Bitcoin การลดลงนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ราคาได้แตะระดับต่ำสุดระหว่างวันที่ $59,100 เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2026 ซึ่งเป็นการขยายแนวโน้มขาลงที่เห็นมาตลอดทั้งสัปดาห์

แรงกดดันหลักที่อยู่เบื้องหลังการลดลงครั้งนี้คือข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งเกินคาด ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2026 รายงานดังกล่าวได้ส่งสัญญาณถึงแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) จะดำเนินนโยบายที่เข้มงวดขึ้น ทำให้ตลาดปรับลดความคาดหวังเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และลดความน่าสนใจของสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงอย่าง Bitcoin นอกจากนี้ ตลาดคริปโตยังเผชิญกับการชำระบัญชีตำแหน่งซื้อ (long positions) ที่ใช้เลเวอเรจจำนวนมหาศาล ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 1.75 พันล้านดอลลาร์ในช่วง 24 ชั่วโมงระหว่างวันที่ 4 ถึง 5 มิถุนายน 2026

ข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ จุดชนวนการเทขายครั้งใหญ่

การเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งเกินคาดเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2026 ได้สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดและกลายเป็นตัวเร่งสำคัญที่ผลักดันให้ราคา Bitcoin ลดลงอย่างรวดเร็ว ข้อมูลดังกล่าวบ่งชี้ถึงเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูง หรือแม้กระทั่งพิจารณาการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปจนถึงต้นปี 2027 ตามการประเมินของตลาด สิ่งนี้ได้ลดความน่าดึงดูดใจของสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น สกุลเงินดิจิทัล เนื่องจากนักลงทุนมักจะแสวงหาผลตอบแทนที่ปลอดภัยกว่าในสภาพแวดล้อมที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง

นอกจากปัจจัยมหภาคแล้ว ตลาดคริปโตยังเผชิญกับแรงกดดันจากการชำระบัญชีตำแหน่งซื้อที่ใช้เลเวอเรจจำนวนมาก โดยมีมูลค่ารวมกว่า 1.75 พันล้านดอลลาร์ที่ถูกชำระบัญชีในช่วงวันที่ 4 ถึง 5 มิถุนายน 2026 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นตำแหน่งซื้อ การชำระบัญชีเหล่านี้สร้างแรงขายเพิ่มเติมและเร่งให้ราคาลดลงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ กองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ ยังคงมีกระแสเงินทุนไหลออกอย่างต่อเนื่อง โดยมีการไหลออกสุทธิ 2.30 พันล้านดอลลาร์ในเดือนพฤษภาคม 2026 และต่อเนื่องเป็นวันที่ 13 ติดต่อกันในต้นเดือนมิถุนายน ซึ่งบ่งชี้ถึงความต้องการของนักลงทุนสถาบันที่ลดลง

Valerio Baselli นักวิเคราะห์จาก Morningstar UK ได้ตั้งข้อสังเกตเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2026 ว่าการลดลงของ Bitcoin เป็นผลมาจากปัจจัยหลายประการ ทั้งการไหลออกของ ETF การชำระบัญชีที่ถูกบังคับ ความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ และความสนใจของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้นในหุ้น AI นอกจากนี้ The Kobeissi Letter ยังเน้นย้ำเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2026 ว่า “Bitcoin ลดลง 20% ในสัปดาห์นี้เพียงสัปดาห์เดียว โดยตลาดคริปโตสูญเสียมูลค่าไปประมาณ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025” ซึ่งสะท้อนถึงความรู้สึกที่นักลงทุนหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในวงกว้างที่ส่งผลกระทบต่อทั้งตลาดคริปโตและตลาดหุ้น

ข่าวลือที่แพร่สะพัดเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2026 เกี่ยวกับ Strategy (เดิมคือ MicroStrategy) ซึ่งเป็นผู้ถือครอง Bitcoin รายใหญ่ ได้ขาย BTC จำนวน 32 เหรียญ ซึ่งเป็นการขายครั้งแรกในรอบหลายปี แม้จะเป็นจำนวนเล็กน้อย แต่ก็สร้างความตื่นตระหนกและบั่นทอนความเชื่อมั่นในตลาดที่กำลังประสบปัญหาจากความต้องการที่อ่อนแออยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม Michael Saylor ประธานของ Strategy ได้เสนอแนวคิดที่แตกต่างออกไปเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2026 โดยแนะนำว่าการไหลออกของ Bitcoin ETF สะท้อนถึง “การหมุนเวียนเงินทุน” ไปสู่การพัฒนา AI มากกว่าที่จะเป็นการบั่นทอนพื้นฐานของ Bitcoin โดยมองว่าความผันผวนเป็นโอกาสในการลงทุน

สัญญาณจากข้อมูลตลาด: ปริมาณการซื้อขายสูงและ RSI ที่บ่งชี้ถึงภาวะขายมากเกินไป

การวิเคราะห์ข้อมูลตลาดของ InteractiveCrypto เผยให้เห็นสัญญาณสำคัญหลายประการที่บ่งชี้ถึงสถานะปัจจุบันของ Bitcoin ปริมาณการซื้อขายในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาสูงกว่าค่าเฉลี่ย 30 วันถึง 3.95 เท่า ซึ่งบ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นที่แข็งแกร่งเบื้องหลังการเคลื่อนไหวของราคา ไม่ว่าจะเป็นแรงขายหรือแรงซื้อที่พยายามเข้ามารับ การที่ปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในขณะที่ราคาร่วงลง มักจะยืนยันถึงความแข็งแกร่งของแนวโน้มขาลง

ดัชนีความแข็งแกร่งสัมพัทธ์ (RSI) 14 วันของ Bitcoin อยู่ที่ 15.39 ซึ่งเป็นระดับที่บ่งชี้ถึงภาวะขายมากเกินไปอย่างรุนแรง (oversold) โดยทั่วไปแล้ว ค่า RSI ที่ต่ำกว่า 30 มักจะถูกตีความว่าสินทรัพย์นั้นถูกขายมากเกินไปและอาจมีโอกาสที่จะเกิดการดีดตัวขึ้นในระยะสั้นได้ อย่างไรก็ตาม ในตลาดหมีที่รุนแรง RSI อาจคงอยู่ในระดับต่ำเป็นเวลานานก่อนที่จะมีการฟื้นตัวอย่างยั่งยืน การที่ RSI อยู่ในระดับนี้อาจดึงดูดนักลงทุนที่มองหาโอกาสในการสะสม Bitcoin ในราคาที่ต่ำลง

เมื่อพิจารณาจากเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (SMA) Bitcoin ยังคงอยู่ในแนวโน้มขาลงอย่างชัดเจน โดยราคาปัจจุบันที่ $60,969.14 อยู่ต่ำกว่า SMA 20 วันที่ $73,192.61, SMA 50 วันที่ $76,381.22 และ SMA 200 วันที่ $78,777.06 การที่ราคาอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สำคัญเหล่านี้ทั้งหมด บ่งชี้ถึงแรงกดดันขาลงที่แข็งแกร่งและแนวโน้มขาลงที่ชัดเจนในระยะกลางถึงระยะยาว นอกจากนี้ ราคาปัจจุบันยังห่างจากจุดสูงสุดตลอดกาล (ATH) ที่ $126,080 อย่างมาก ซึ่งสะท้อนถึงการปรับฐานครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้น

ระดับแนวรับสำคัญที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ $60,921.79 ซึ่งอยู่ห่างจากราคาปัจจุบันเพียง 0.08% หรือประมาณ $0.80 สำหรับทุกๆ $1,000 ที่คุณลงทุน การที่ราคาทะลุแนวรับนี้ลงไปอาจนำไปสู่การทดสอบระดับต่ำสุดระหว่างวันที่ $59,100 อีกครั้ง ในขณะที่ระดับแนวต้านสำคัญอยู่ที่ $63,796.25 ซึ่งอยู่สูงกว่าราคาปัจจุบัน 4.64% หรือประมาณ $46.40 สำหรับทุกๆ $1,000 ที่คุณลงทุน การทะลุผ่านแนวต้านนี้อาจเป็นสัญญาณแรกของการฟื้นตัวในระยะสั้น

แม้จะมีสัญญาณ RSI ที่บ่งชี้ถึงภาวะขายมากเกินไป แต่ความเชื่อมั่นในตลาดโดยรวมยังคงอยู่ในภาวะ “ความกลัวอย่างรุนแรง” (Extreme Fear) โดยดัชนี Crypto Fear and Greed Index อยู่ที่ 12-17 ในช่วงวันที่ 5-6 มิถุนายน 2026 ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำมาก ในอดีต ระดับความกลัวที่รุนแรงเช่นนี้มักจะเป็นช่วงเวลาที่นักลงทุนระยะยาวพิจารณาเข้าซื้อ อย่างที่ Bitcoin Rainbow Chart ชี้ให้เห็นว่าราคาได้เข้าสู่ “โซนลดราคาพิเศษ” (fire-sale zone) เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2026 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มักจะมีการสะสมสำหรับผู้ซื้อระยะยาว

ข้อมูลตลาด Bitcoin ณ วันที่ 6 มิถุนายน 2026
Ticker Name Price 24h % 7d % Market Cap
BTC Bitcoin 60969.14 -1.54% -- --

Bitcoin แตกต่างจากตลาดและมุมมองของนักวิเคราะห์

ในขณะที่ Bitcoin เผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก สกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ ในตลาดก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยส่วนใหญ่จะเคลื่อนไหวตามแนวโน้มของ Bitcoin ในช่วงที่ตลาดมีความเสี่ยงสูง (risk-off sentiment) สกุลเงินดิจิทัลหลักอื่นๆ เช่น Ethereum (ETH), Solana (SOL), Cardano (ADA), Ripple (XRP) และ Dogecoin (DOGE) มักจะแสดงการเคลื่อนไหวที่คล้ายคลึงกัน โดยมีแรงขายเกิดขึ้นทั่วทั้งตลาด สัญญาณจาก The Kobeissi Letter ที่ระบุว่าตลาดคริปโตโดยรวมสูญเสียมูลค่าไปกว่า 2.5 ล้านล้านดอลลาร์นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025 ยิ่งตอกย้ำถึงความรู้สึกหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่แพร่หลาย

นักวิเคราะห์หลายคนได้ให้มุมมองที่หลากหลายเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบัน Valerio Baselli จาก Morningstar UK ชี้ให้เห็นว่าการลดลงของ Bitcoin ไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว แต่เป็นผลรวมของการไหลออกของ ETF การชำระบัญชีที่ถูกบังคับ ความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ และการที่นักลงทุนหันไปสนใจหุ้น AI มากขึ้น ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ InteractiveCrypto ได้รายงานไปก่อนหน้านี้ในบทความ Bitcoin ดิ่ง 3.29% สู่ $61,028 ท่ามกลาง ETF ไหลออกและ RSI ต่ำสุดในรอบปี

ในทางตรงกันข้าม Michael Saylor ประธานของ Strategy ได้นำเสนอแนวคิดที่มองโลกในแง่ดีมากขึ้นเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2026 โดยกล่าวว่าการไหลออกของ Bitcoin ETF ไม่ได้บ่งชี้ถึงความบกพร่องพื้นฐานของ Bitcoin แต่เป็นการ “หมุนเวียนเงินทุน” ไปสู่การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่กำลังเติบโต เขาเชื่อว่าความผันผวนในปัจจุบันเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนระยะยาวที่เข้าใจถึงคุณค่าระยะยาวของ Bitcoin

นักเทรดชื่อ Radz ได้ให้คำแนะนำเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2026 ว่า “สะสม Bitcoin ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมไม่คาดว่ามันจะลดลงไปมากนัก แย่ที่สุดคือ $55k” โดยอ้างถึงสภาวะที่ขายมากเกินไปและเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 สัปดาห์เป็นระดับแนวรับสำคัญในระยะยาว มุมมองนี้ได้รับการสนับสนุนจากข้อมูลของ CryptoQuant ที่ชี้ให้เห็นว่าการเทขายในเดือนมิถุนายนเป็นการปรับฐานที่ขับเคลื่อนด้วยอุปสงค์ ไม่ใช่การล่มสลายของตลาด โดยผู้ถือครองระยะยาวยังคงถือครอง Bitcoin ไว้เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งบ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นในระยะยาวที่ยังคงมีอยู่

นักวิเคราะห์เช่น Max Trades, EliZ, Peter Schiff และ Scott Melker ต่างก็มีมุมมองที่แตกต่างกันออกไป โดยบางคนมองว่าการลดลงนี้เป็นสัญญาณของปัญหาที่ลึกซึ้งกว่า ในขณะที่บางคนมองว่าเป็นโอกาสในการเข้าซื้อ การทำความเข้าใจมุมมองที่หลากหลายเหล่านี้ช่วยให้คุณสามารถประเมินสถานการณ์ได้อย่างรอบด้านและตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีข้อมูล

สำหรับผู้ที่สนใจในการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล การพิจารณาแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือเป็นสิ่งสำคัญ แพลตฟอร์มอย่าง eToro นำเสนอเครื่องมือและทรัพยากรที่หลากหลายสำหรับนักลงทุนทุกระดับ

ระดับสำคัญที่ต้องจับตา: การฟื้นตัวหรือการทดสอบแนวรับ $59,100 อีกครั้ง

สถานการณ์ของ Bitcoin ในช่วงต่อไปจะขึ้นอยู่กับการรักษาระดับราคาเหนือแนวรับสำคัญและการตอบสนองต่อปัจจัยมหภาคที่กำลังจะเกิดขึ้น หาก Bitcoin สามารถรักษาระดับเหนือแนวรับที่ $60,921.79 ได้อย่างต่อเนื่อง และสามารถทะลุผ่านแนวต้านที่ $63,796.25 ได้สำเร็จ นี่อาจเป็นสัญญาณแรกของการฟื้นตัวในระยะสั้น การเคลื่อนไหวเหนือแนวต้านนี้จะบ่งชี้ว่าแรงซื้อเริ่มกลับเข้ามาในตลาดและอาจนำไปสู่การทดสอบระดับราคาที่สูงขึ้นต่อไป

ในทางกลับกัน หาก Bitcoin ไม่สามารถรักษาระดับเหนือ $60,921.79 ได้ และราคาตกลงต่ำกว่าระดับต่ำสุดระหว่างวันที่ $59,100 ที่เห็นเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2026 นั่นอาจเป็นสัญญาณของแรงขายที่เพิ่มขึ้นและอาจนำไปสู่การลดลงเพิ่มเติม นักวิเคราะห์บางคน เช่น Radz ได้คาดการณ์ว่าระดับ $55,000 อาจเป็นแนวรับที่สำคัญที่สุดในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด ซึ่งเป็นระดับที่ควรจับตาอย่างใกล้ชิดหากแนวรับปัจจุบันไม่สามารถต้านทานแรงขายได้

ปัจจัยมหภาคยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญที่ต้องจับตา การประกาศข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับอัตราเงินเฟ้อและตลาดแรงงาน จะมีอิทธิพลอย่างมากต่อแนวโน้มของนโยบายธนาคารกลางสหรัฐฯ และความเชื่อมั่นของนักลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง การเปลี่ยนแปลงใดๆ ในแนวโน้มของธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจส่งผลกระทบอย่างรวดเร็วต่อราคา Bitcoin คุณสามารถติดตามข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมได้จาก BTC Market Brief ของ InteractiveCrypto

สรุปแนวโน้ม InteractiveCrypto Outlook สำหรับ Bitcoin
ตัวชี้วัด รายละเอียด
ท่าที เป็นกลาง
ปัจจัยขับเคลื่อนหลัก ข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งเกินคาดเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2026 ได้กระตุ้นความกังวลเกี่ยวกับนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นของธนาคารกลางสหรัฐฯ
การตีความ การลดลงของ Bitcoin สะท้อนถึงความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงที่ลดลงท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจมหภาคและการไหลออกของ ETF อย่างต่อเนื่อง แม้ว่า RSI จะบ่งชี้ถึงภาวะขายมากเกินไปก็ตาม
สิ่งที่ต้องจับตา การรักษาระดับเหนือ $60,921.79 และการทะลุแนวต้าน $63,796.25 จะเป็นสัญญาณสำคัญสำหรับการฟื้นตัวในระยะสั้น
ความมั่นใจ ปานกลาง

การเคลื่อนไหวของราคา Bitcoin ในระยะสั้นจะขึ้นอยู่กับว่าสามารถรักษาระดับเหนือแนวรับ $60,921.79 ได้หรือไม่ การทะลุผ่านแนวต้าน $63,796.25 จะเป็นสัญญาณที่ชัดเจนของการฟื้นตัวในระยะสั้น

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Bitcoin ร่วงลงเท่าไรในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา?

Bitcoin ลดลง 1.54% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยมีราคาซื้อขายอยู่ที่ $60,969.14 ณ เวลา 14:00 UTC ของวันที่ 6 มิถุนายน 2026 การลดลงนี้คิดเป็นประมาณ $15.40 สำหรับทุกๆ $1,000 ที่คุณลงทุนใน Bitcoin

อะไรคือปัจจัยหลักที่ทำให้ราคา Bitcoin ลดลง?

ปัจจัยหลักคือข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งเกินคาดเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2026 ซึ่งส่งสัญญาณถึงแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะดำเนินนโยบายที่เข้มงวดขึ้น ทำให้ความน่าสนใจของสินทรัพย์เสี่ยงลดลง นอกจากนี้ยังมีการชำระบัญชีตำแหน่งซื้อกว่า 1.75 พันล้านดอลลาร์และการไหลออกของ Spot Bitcoin ETF อย่างต่อเนื่อง

ระดับ RSI ของ Bitcoin บ่งชี้อะไรในปัจจุบัน?

ดัชนีความแข็งแกร่งสัมพัทธ์ (RSI) 14 วันของ Bitcoin อยู่ที่ 15.39 ซึ่งเป็นระดับที่บ่งชี้ถึงภาวะขายมากเกินไปอย่างรุนแรง โดยทั่วไปแล้ว ค่า RSI ที่ต่ำกว่า 30 มักจะถูกตีความว่าสินทรัพย์นั้นถูกขายมากเกินไปและอาจมีโอกาสที่จะเกิดการดีดตัวขึ้นในระยะสั้นได้

นักวิเคราะห์มองแนวโน้มของ Bitcoin อย่างไร?

นักวิเคราะห์มีมุมมองที่หลากหลาย โดยบางคนเช่น Valerio Baselli จาก Morningstar UK มองว่าการลดลงเกิดจากปัจจัยมหภาคและการไหลออกของ ETF ในขณะที่ Michael Saylor จาก Strategy มองว่าเป็นการหมุนเวียนเงินทุนไปสู่ AI และนักเทรด Radz แนะนำให้สะสม Bitcoin โดยคาดว่าระดับ $55,000 เป็นแนวรับที่แย่ที่สุด

Sources

Publisher reporting, June 2026

Morningstar UK | June 2026

The Kobeissi Letter, June 2026

CryptoQuant, June 2026

CoinGabbar, June 2026

Disclaimer. This content is for informational and educational purposes only. It does not constitute financial advice, a recommendation, or an offer to buy or sell any security or digital asset. Past performance does not guarantee future results. Cryptocurrency investments are subject to high market risk and volatility.